คำคมวันละนิด

"อย่าเอาหัวใจไปผูกกับตีนใคร เมื่อเขาก้าวออกไปคนที่เจ็บก็คือเรา"

วันอาทิตย์ที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

ตอบคำถามข้อ 1-4

      1. ผังข่ายงานมี 2 ประเภท คือ AOA และ AON มีประโยชน์อย่างไรบ้าง และ ประเภทใดที่ท่านคิดว่าน่าจะมีประโยชน์ที่สุด เพราะอะไร

      ตอบคำถาม ข้อ 1
       1. ทราบเวลาแน่นอน
       2. บอกความสัมพันธ์ของงาน
       3. บอกถึงเวลาของแต่ละงาน
       4. แต่ละงานเริ่มเมื่อไหร่ เสร็จเมื่อไหร่ และสามารถเปลี่ยนเป็นแผนทรัพยากรได้
       5. ใช้เป็นเครื่องมือติดต่อสื่อสาร ระหว่างแผนกที่ทำงานร่วมกัน
       6. บอกถึงเวลาเสร็จงาน
       7. บอกได้ว่างานไหนวิกฤต Critical
       8. บอกได้ว่างานไหนลอยตัว Slack
           AON มีประโยชน์มากที่สุด เพราะ AON จะช่วยให้การเขียนสะดวกขึ้น โดยการเขียนกิจกรรมลงใน Node เลยโดยที่ใช้สัญลักษณ์เป็นกล่องสี่เหลี่ยมแทน และไม่จำเป็นต้องอาศัยกิจกรรม Dummy Activity เข้าช่วย และเชื่อมโยงกิจกรรมด้วยลูกศรอีก

         2. การเขียนโครงการส่วนประกอบที่สำคัญและที่คิดว่าจะทำให้เราได้รับการอนุมัติให้จัดทำโครงการน่าจะเป็นส่วนไหน

         ตอบคำถาม ข้อ 2
         ส่วนของงบประมาณ และส่วนของประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ เพราะว่าผู้บริหารหรือว่าผู้ว่าจ้างให้ทำโครงการส่วนมากจะคำนึงถึงงบประมาณในการทำโครงการมากที่สุด รองลงมาก็จะเป็นประโยชน์ที่จะได้รับจากการทำโครงการนี้ขึ้นมาว่าเมื่อทำแล้วจะได้ประโยชน์กับองค์กรมากน้อยเท่าไร คุ้มค่ากับงบประมาณหรือไม่

         3. เส้นทางวิกฤติ Critical Path มีประโยชน์อย่างไรในการบริหารโครงการ ถ้าหากมีเส้นทางวิกฤตหลายๆ เส้นเราจะทำอย่างไร

         ตอบคำถามข้อ 3
        1. ทำให้ผู้บริหารมีการวางแผนอย่างรอบคอบ
        2. ก่อให้เกิดความผูกพันและการสื่อสาร
        3. เป็นเครื่องมือในการควบคุมติดตามที่มีประสิทธิภาพ
        4. ทำให้ค้นพบกิจกรรมที่คาดว่าจะก่อให้เกิดปัญหา
        5. มีการใช้ทรัพยากรที่เหมาะสม
        6. ง่ายต่อความเข้าใจ
        ถ้ามีเส้นทางวิกฤตหลายเส้นทาง ให้เลือกเส้นทางที่มีค่าแปรปรวน( 2 ) มากกว่าเป็นเส้นทางวิกฤต

         4. ทำไม่เราจะต้องหาค่าความน่าจะเป็นของโครงการที่จะแล้วเสร็จ มีประโยชน์อย่างไรต่อการบริหารโครงการระบบสารสนเทศ

         ตอบคำถามข้อ 4
        ทำให้ทราบถึงเวลาแล้วเสร็จของโครงการว่าเป็นเท่าใด และหากว่ามีกิจกรรมใดไม่เสร็จตามกำหนดการจะส่งผลกระทบทำให้โครงการแล้วเสร็จล่าช้า ซึ่งจะนำไปสู่การวางแผนตัดสินใจเพื่อควบคุมโครงการหรือเร่งรัดโครงการต่อไป

วันเสาร์ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

การประเมินผลโครงการด้านการพัฒนาระบบสารสนเทศ จะประเมินผลโครงการอย่างไร

            ประเมินผลโครงการโดยใช้ แบบจำลอง CIPP Model เป็นการประเมินที่เป็นกระบวนการต่อเนื่อง มีจุดเน้นที่สำคัญ คือ ใช้ควบคู่กับการบริหารโครงการ เพื่อหาข้อมูลประกอบการตัดสินใจ อย่างต่อเนื่องตลอดเวลา วัตถุประสงค์การประเมิน คือ การให้สารสนเทศเพื่อการตัดสินใจ เน้นการแบ่งแยกบทบาทของการทำงานระหว่าง ฝ่ายประเมินกับ ฝ่ายบริหารออกจากกันอย่างเด่นชัด กล่าวคือฝ่ายประเมินมีหน้าที่ระบุ จัดหา และนำเสนอสารสนเทศให้กับฝ่ายบริหาร ส่วนฝ่ายบริหารมีหน้าที่เรียกหาข้อมูล และนำผลการประเมินที่ได้ไปใช้ประกอบการตัดสินใจ เพื่อดำเนินกิจกรรมใด ๆ ที่เกี่ยวข้องแล้วแต่กรณี ทั้งนี้เพื่อป้องกันการมีอคติในการประเมิน และได้แบ่งประเด็นการประเมินผลออกเป็น 4 ประเภท คือ
           1. การประเมินด้านบริบทหรือสภาวะแวดล้อม (Context Evaluation : C) เป็นการประเมินให้ได้ข้อมูลสำคัญ เพื่อช่วยในการกำหนดวัตถุประสงค์ของโครงการ ความเป็นไปได้ของโครงการ เป็นการตรวจสอบว่าโครงการที่จะทำสนองปัญหาหรือความต้องการจำเป็นที่แท้จริงหรือไม่ วัตถุประสงค์ของโครงการชัดเจน เหมาะสม สอดคล้องกับนโยบายขององค์การ หรือ นโยบายหน่วยเหนือหรือไม่ เป็นโครงการที่มีความเป็นไปได้ในแง่ของโอกาสที่จะได้รับการสนับสนุนจากองค์กรต่าง ๆ หรือไม่ เป็นต้น
              การประเมินสภาวะแวดล้อมจะช่วยในการตัดสินเกี่ยวกับเรื่อง โครงการควรจะทำในสภาพแวดล้อมใด ต้องการจะบรรลุเป้าหมายอะไร หรือต้องการบรรลุวัตถุประสงค์เฉพาะอะไร เป็นต้น
           2. การประเมินปัจจัยเบื้องต้นหรือปัจจัยป้อน (Input Evaluation : I ) เป็นการประเมินเพื่อพิจารณาถึง ความเป็นไปได้ของโครงการ ความเหมาะสม และความพอเพียงของทรัพยากรที่จะใช้ในการดำเนินโครงการ เช่น งบประมาณ บุคลากร วัสดุอุปกรณ์ เวลา รวมทั้งเทคโนโลยีและแผนการดำเนินงาน เป็นต้น
               การประเมินผลแบบนี้จะทำโดยใช้ เอกสารหรืองานวิจัยที่มีผู้ทำไว้แล้ว หรือใช้วิธีการวิจัยนำร่องเชิงทดลอง (Pilot Experimental Project) ตลอดจนอาจให้ผู้เชี่ยวชาญ มาทำงานให้ อย่างไรก็ตาม การประเมินผลนี้จะต้องสำรวจสิ่งที่มีอยู่เดิมก่อนว่ามีอะไรบ้าง และตัดสินใจว่าจะใช้วิธีการใด ใช้แผนการดำเนินงานแบบไหน และต้องใช้ทรัพยากรจากภายนอก หรือไม่
           3. การประเมินกระบวนการ (Process Evaluation : P ) เป็นการประเมินระหว่างการดำเนินงานโครงการ เพื่อหาข้อบกพร่องของการดำเนินโครงการ ที่จะใช้เป็นข้อมูลในการพัฒนา แก้ไข ปรับปรุง ให้การดำเนินการช่วงต่อไปมีประสิทธิภาพมากขึ้น และเป็นการตรวจสอบกิจกรรม เวลา ทรัพยากรที่ใช้ในโครงการ ภาวะผู้นำ การมีส่วนร่วมของประชาชนในโครงการ โดยมีการบันทึกไว้เป็นหลักฐานทุกขั้นตอน การประเมินกระบวนการนี้ จะเป็นประโยชน์อย่างมากต่อการค้นหาจุดเด่น หรือจุดแข็ง (Strengths) และจุดด้อย (Weakness) ของนโยบาย/แผนงาน/โครงการ มักจะไม่สามารถศึกษาได้ภายหลังจากสิ้นสุดโครงการแล้ว
                 การประเมินกระบวนการจะมีบทบาทสำคัญในเรื่องการให้ข้อมูลย้อนกลับเป็นระยะ ๆ เพื่อการตรวจสอบการดำเนินของโครงการโดยทั่วไป การประเมินกระบวนการมีจุดมุ่งหมาย คือ
                 3.1 เพื่อการหาข้อบกพร่องของโครงการ ในระหว่างที่มีการปฏิบัติการ หรือการดำเนินงานตามแผนนั้น
                 3.2 เพื่อหาข้อมูลต่าง ๆ ที่จะนำมาใช้ในการตัดสินใจเกี่ยวกับการดำเนินงาน ของโครงการ
                 3.3 เพื่อการเก็บข้อมูลต่าง ๆ ที่ได้จากการดำเนินงานของโครงการ
            4. การประเมินผลผลิต (Product Evaluation : P ) เป็นการประเมินเพื่อเปรียบเทียบผลผลิตที่เกิดขี้นกับวัตถุประสงค์ของโครงการ หรือความต้องการ/เป้าหมายที่กำหนดไว้ รวมทั้งการพิจารณาในประเด็นของการยุบ เลิก ขยาย หรือปรับเปลี่ยนโครงการและการประเมินผล เรื่องผลกระทบ (Impact) และผลลัพธ์( Outcomes ) ของนโยบาย / แผนงาน / โครงการ โดยอาศัยข้อมูลจากการประเมินสภาวะแวดล้อม ปัจจัยเบื้องต้นและกระบวนการร่วมด้วย จะเห็นได้ว่า การประเมินแบบ CIPP เป็นการประเมินที่ครอบคลุมองค์ประกอบของระบบทั้งหมด ซึ่งผู้ประเมินจะต้องกำหนดวัตถุประสงค์ของการประเมินที่ครอบคลุมทั้ง 4 ด้าน กำหนดประเด็นของตัวแปรหรือตัวชี้วัด กำหนดแหล่งข้อมูลผู้ให้ข้อมูล กำหนดเครื่องมือการประเมิน วิธีการที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล กำหนดแนวทางการวิเคราะห์ข้อมูล และเกณฑ์การประเมินที่ชัดเจน

ทำไมจะต้องมีการประเมินผลโครงการ

       1. เพื่อพิจารณาว่าโครงการสามารถตอบสนองต่อวัตถุประสงค์ เป้าหมายหรือความต้องการขององค์กรและสังคมได้หรือไม่
       2. เพื่อพิจารณาคัดเลือกโครงการที่เหมาะสมที่สุดในกรณีที่มีข้อเสนอโครงการหลายเพื่อสนองวัตถุประสงค์เดียวกัน
       3. เพื่อหาทางป้องกันผลกระทบจากโครงการที่อาจมีผลต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม
       4. เนื่องจากทรัพยากรทุกอย่างมีจำกัดทั้งเงิน คน วัสดุอุปกรณ์ และทรัพยากรธรรมชาติ

วันอาทิตย์ที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2553

ผังข่ายงานมี 2 ประเภท คือ AOA และ AON มีประโยชน์อย่างไรบ้าง และ ประเภทใดที่ท่านคิดว่าน่าจะมีประโยชน์ที่สุด เพราะอะไร

1. ทราบเวลาแน่นอน

2. บอกความสัมพันธ์ของงาน และเวลาของแต่ละงาน แต่ละงานเริ่มเมื่อไหร่ เสร็จเมื่อไหร่ และสามารถเปลี่ยนเป็นแผนทรัพยากรได้
3. ใช้เป็นเครื่องมือติดต่อสื่อสาร ระหว่างแผนกที่ทำงานร่วมกัน
4. บอกถึงเวลาเสร็จงาน
5. บอกได้ว่างานไหนวิกฤต Critical
6. บอกได้ว่างานไหนลอยตัว Slack
            AON มีประโยชน์มากกว่า เพราะ AON จะช่วยให้การเขียนสะดวกขึ้น โดยการเขียนกิจกรรมลงใน Node เลยโดยที่ใช้สัญลักษณ์เป็นกล่องสี่เหลี่ยมแทน และไม่จำเป็นต้องอาศัยกิจกรรม Dummy Activity เข้าช่วย และเชื่อมโยงกิจกรรมด้วยลูกศรอีก

วันอาทิตย์ที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2553

ภรรยา 4 คน


ภรรยา 4 คน


ชายคนหนึ่งมีภรรยา อยู่ 4 คน

ภรรยาคนที่ 1
 เขารักที่สุด ไปไหนมาไหนด้วยกัน ตามใจตลอดอยากได้อะไร เขาหาให้ทุกอย่าง

ภรรยาคนที่ 2
เขารักมาก เขาจะทำทุกสิ่ ทุกอย่างเพื่อภรรยาคนนี้ และจะไปหาภรรยาคนนี้เสมอ

ภรรยาคนที่ 3
เขารักรองลงมา ดูแลเอาใจใส่พอควร แวะไปหาบางเป็นครั้งคราว

ภรรยาคนที่ 4
เขาไม่เคยสนใจ ไม่เคยดูแลเอาใจใส่ ไม่เคยไปหา ไม่คิดถึงเลย ด้วยซ้ำ


ต่อมาชาย คนนี้ไปกระทำความผิดร้ายแรง และถูกจับ ต้องถูกประหารชีวิต ก่อนที่จะถูกประหาร
เขาขอร้องว่า เขาขอกลับบ้าน ไปร่ำลาภรรยาสุดที่รักซักครั้ง
ผู้คุมเห็นใจจึงอนุญาต เมื่อกลับมาถึงบ้าน เขารีบตรงไปหาภรรยาคนที่ 1
เล่าเหตุการณ์ต่างๆ ให้ฟัง และถามภรรยา คน ที่ 1 ว่า

" ถ้าเขาต้องตายภรรยาคนที่ 1 จะทำอย่าง ไร? "

ภรรยาคนที่ 1 ตอบน้ำเสียงที่เย็นชาว่า

“ถ้าเธอตาย เราก็จบกัน”

คำตอบที่ได้รับ เหมือนสายฟ้าที่ผ่าเปรี้ยง!! ลงมาที่เขาอย่างจัง
เขารู้สึกเจ็บปวด และเสียใจเป็นอย่างยิ่ง นึกเสียดาย ว่าเขาไม่ควรทุ่มเทให้ภรรยาคนนี้เลย

จากนั้นเขาก็ ไปหา ภรรยาคนที่ 2
ด้วยอาการเศร้าโศก เล่า เรื่องราวต่างๆ ให้ ฟัง
และถามคำถามเดิมกับภรรยาคนที่ 2 ว่า

" ถ้าเขาต้องตาย ภรรยาคน ที่ 2 จะทำอย่างไร? "

ภรรยาคนที่ 2 ก็ ตอบอย่างหน้าตาเฉย ว่า

" ถ้าเธอตาย ฉันจะมีใหม่ "

เหมือนสายฟ้า!! ผ่าลงมาซ้ำที่เขา อย่างจัง เขารู้สึกเสียใจมาก และนึกเสียดายว่าที่ผ่านมา
เขาไม่ควร ทุ่มเทให้ภรรยาคนนี้เช่นกัน

เขาเดินคอตกมาหาภรรยาคนที่ 3 เล่าเรื่องราวต่างๆ ให้ ฟัง และถาม ภรรยา คนที่ 3 ว่า

"ถ้าเขาต้องตาย ภรรยาคน ที่ 3 จะทำอย่างไร? "

ภรรยาคนที่ 3 ตอบว่า "ถ้าเธอตาย ฉันจะไปส่ง "

ทำให้เขาคลายความ เศร้าโศกขึ้นมาได้บ้าง อย่างน้อยก็ ยังมีภรรยาที่จริงใจกับเขา

ก่อนกลับไปรับโทษ

เขานึกขึ้นมาได้ว่ามีภรรยาอีกคน ซึ่งไม่เคยไปหาเลย จึงไปหา ภรรยาคนที่ 4 และถามว่า
" ถ้าเขาต้องตาย ภรรยาคนที่ 4 จะทำอย่าง ไร?"

ภรรยาคนที่ 4 ตอบว่า " ถ้าเธอตาย ฉันจะตามไป ด้วย "

แทนที่เขาจะดีใจกลับนึกเสียใจหนักขึ้นไปอีก เพราะ...มัน สายเกินไปเสียแล้ว ช่วงที่เขามีชีวิตอยู่
เขาไม่เคยเห็นค่าของภรรยาคนนี้ แต่ภรรยาคนนี้ไม่คิดที่จะทิ้งเขา จะติดตามเขาไปอยู่ด้วย
แล้วชายคนนี้ก็กลับไปรับโทษประหาร
และเมื่อเขาตาย ภรรยาคนที่ 4 ก็ตายตามไป ด้วย.....

เราทุกคนก็ มีภรรยา 4 คน นี้

มีคำถามว่า ภรรยาทั้ง 4 คนเป็นใคร? คิดกันก่อนนะ แล้วค่อยเฉลย...





















ทีนี้เรามาดูกันว่า ภรรยาคน ที่ 1, 2, 3 และ 4 เป็นใครกันบ้าง

ภรรยาคน ที่ 1
ร่างกายของเรา เพราะเวลาเรามีชีวิตอยู่ เราจะบำรุงบำเรอด้วยของสิ่งทุกอย่าง
อยากได้อะไรก็หาให้ แต่พอเราตายมันกลับไม่ไปกับเรา เมื่อเราตาย
ร่างกายมันก็มีค่าเท่ากับท่อนไม้หนึ่งเท่านั้น

ภรรยาคน ที่ 2
ทรัพย์สมบัติ เพราะเวลาเรามีชีวิตอยู่ เราจะทำทุกอย่าง เพื่อให้ได้มันมา
แต่พอเราตาย มันกลับไม่ไปกับเรา แต่ไปเป็นของคนอื่น

ภรรยาคนที่ 3
พ่อแม่ ลูกเมีย ญาติ พี่น้อง เพราะพอเราตาย เขาจะทำศพให้เรา ทำบุญไปให้
แปลว่า เขาแค่ไปส่งเราเท่านั้น

ภรรยาคนที่ 4
บุญกับบาป เมื่อเราตายไป เราไม่สามารถเอาอะไรไปด้วยได้
มีเพียงแค่บุญกับบาปเท่านั้น ที่จะตามเราไป .....




เห็นไหมว่าเงินไม่ใช่สิ่งสำคัญที่สุดสำหรับชีวิต แต่เดี๋ยวก่อนอย่าพึ่งคิดว่าเงินไม่สำคัญ
สำคัญ … แต่ ไม่สำคัญที่สุดเท่านั้นเอง
อย่าลืม…ยังมีเรื่องอื่น ที่สำคัญกว่าเงินอีกเยอะ

วันศุกร์ที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2553

ระบบบริหารงานพัสดุและทรัพย์สินของโรงเรียน กรณีศึกษา โรงเรียนชุมชนบ้านหนองบ่อ(วิจิตรราษฎร์สามัคคี)

ชื่อโครงการ

ระบบบริหารงานพัสดุและทรัพย์สินของโรงเรียน
กรณีศึกษา โรงเรียนชุมชนบ้านหนองบ่อ(วิจิตรราษฎร์สามัคคี)

หลักการและเหตุผล
         เนื่องจากงานพัสดุเป็นงานที่มีความสำคัญมากงานหนึ่งของโรงเรียนประถมศึกษา ซึ่งมีกระบวนการเริ่มตั้งแต่การจัดหา จัดซื้อ จัดจ้าง การควบคุม การตรวจสอบประจำ การจำหน่าย และการดำเนินการเกี่ยวกับที่ราชพัสดุ ที่เจ้าหน้าที่รับผิดชอบต้องดำเนินการให้ถูกต้องเป็นระเบียบเรียบร้อยแม่นยำในระเบียบ และกฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างชัดเจน มีความซื่อสัตย์ สุจริต โดยยึดหลักประโยชน์สูงสุดที่หน่วยราชการจะได้รับเป็นสำคัญ และพึงกระทำต่อวิญญชนและทรัพย์สินของตนเอง หากดำเนินการไม่ถูกต้อง ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องจะมีความผิดทางวินัยหรือความผิดทางแพ่งหรืออาญาตามกรณี ตามนัย ข้อ 10 แห่งระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ. 2535 และแก้ไขเพิ่มเติม ขอบข่ายการปฏิบัติงานพัสดุในโรงเรียนประถมศึกษามีขอบข่ายที่สำคัญ 3 ส่วน คือ การจัดหาพัสดุ การควบคุมพัสดุ และการจำหน่ายพัสดุ การปฏิบัติงานพัสดุ ผู้บริหารโรงเรียนเป็นผู้มีหน้าที่ดูแลรับผิดชอบโดยตรง และได้รับมอบอำนาจจากเลขาธิการคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ ในการจัดซื้อจัดจ้าง และแต่งตั้งผู้ปฏิบัติงานด้านพัสดุในโรงเรียน ซึ่งได้แก่ เจ้าหน้าที่พัสดุ หัวหน้าเจ้าหน้าที่พัสดุ และหัวหน้าหน่วยพัสดุ

           ปัจจุบันสภาพการปฏิบัติงานพัสดุในโรงเรียนยังขาดบุคลากรที่มีคุณวุฒิและความรู้ความสามารถเกี่ยวกับการพัสดุโดยตรง แต่ได้อาศัยความรู้จากบุคลากรครูในโรงเรียนที่ผู้บริหารเห็นว่าคุณสมบัติเหมาะสม พอที่จะทำงานนี้ได้มาปฏิบัติงานไปชั่วระยะเวลาหนึ่ง ทำให้การปฏิบัติงานพัสดุในโรงเรียนประถมศึกษามีข้อบกพร่อง โรงเรียนชุมชนบ้านหนองบ่อ (วิจิตรราษฎร์สามัคคี) ตำบลหนองบ่อ อำเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งมีภารกิจรับผิดชอบจัดการศึกษาในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานจากระดับปฐมวัย ถึงชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 พบว่าปัญหาที่เป็นประเด็นเกี่ยวข้องในการปฏิบัติงานมากที่สุดคือ ระบบงานพัสดุของโรงเรียน ซึ่งได้แก่ การจัดหาพัสดุ การควบคุมพัสดุ และการจำหน่ายพัสดุ ซึ่งเป็นปัญหาที่จะต้องรับแก้ไขเนื่องมาจากระบบงานพัสดุไม่มีการปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง ด้านการจัดหาพัสดุล่าช้าไม่ทันต่อความต้องการของผู้ใช้ ด้านการควบคุมพัสดุ การลงบัญชีพัสดุไม่เป็นปัจจุบัน ด้านการจำหน่ายพัสดุ เจ้าหน้าที่พัสดุขาดความรู้ ความเข้าใจในวิธีการจำหน่ายพัสดุตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ. 2535 ส่งผลการะทบต่อการปฏิบัติงานของบุคลากรในโรงเรียนเป็นอย่างมาก จากสภาพปัจจุบันดังกล่าว ทางผู้พัฒนาโครงการจึงมีแนวคิดที่จะนำระบบเทคโนโลยีสารสนเทศมาประยุกต์ใช้กับระบบบริหารงานพัสดุและทรัพย์สินของโรงเรียน เพราะระบบคอมพิวเตอร์เข้ามามีบทบาทเพิ่มมากขึ้น อีกทั้งคอมพิวเตอร์ยังมีความรวดเร็วในการประมวลผลข้อมูล การจัดเก็บข้อมูล เป็นต้น การนำระบบเทคโนโลยีสารสนเทศมาประยุกต์ใช้จัดการเกี่ยวกับข้อมูล และการแสดงรายงานต่าง ๆ นั้น จะสามารถลดปัญหาการทำงานซ้ำซ้อนในระบบเดิม และยังเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงานระบบดังกล่าวด้วย ซึ่งส่งผลต่อการพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษาต่อไป

วัตถุประสงค์ของโครงการ
       1. เพื่อแก้ปัญหาด้านต่างๆ ของงานพัสดุ ให้มีความถูกต้องตามระเบียบพัสดุ และมีความเป็นปัจจุบัน
       2. เพื่อลดภาระงานพัสดุที่มีความยุ่งยากและซับซ้อนของเจ้าหน้าที่พัสดุของโรงเรียน
       3. เพื่อสร้างเสริมประสิทธิภาพและประสิทธิผลในการทำงานพัสดุ

เป้าหมาย
       เพื่อพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศสำหรับระบบบริหารงานพัสดุและทรัพย์สินของโรงเรียนชุมชนบ้านหนองบ่อ (วิจิตรราษฎร์สามัคคี) ปรับปรุงแก้ไขข้อมูลที่มีอยู่ให้เป็นปัจจุบัน และถูกต้องตามระเบียบพัสดุ

ระยะเวลาดำเนินการ
โครงการเริ่มตั้งแต่เดือนมิถุนายน พ.ศ. 2553 สิ้นสุดเดือนมกราคม พ.ศ. 2554



สถานที่ดำเนินการ
       โรงเรียนชุมชนบ้านหนองบ่อ (วิจิตรราษฎร์สามัคคี) ตำบลหนองบ่อ อำเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานี 34000

ผู้รับผิดชอบโครงการ
        นางสาวบุษราวรรณ อุ่นเจริญ นักศึกษาปริญญาโท หลักสูตรเทคโนโลยีสารสนเทศ
คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี

ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ
       1. เจ้าหน้าที่พัสดุของโรงเรียนทำงานได้อย่างถูกต้อง รวดเร็ว และเป็นปัจจุบันมากกว่าเดิม
       2. บุคลากรครูที่ทำหน้าที่เจ้าหน้าที่พัสดุ มีเวลาให้กับการเรียนการสอนของนักเรียนมากขึ้น
       3. คุณภาพการจัดการศึกษาดีขึ้น

การติดตามและประเมินผล
       1. ผู้บริหาร เจ้าหน้าที่พัสดุ หรือผู้ที่เกี่ยวข้อง ของโรงเรียนมีความรู้ความเข้าใจกับโปรแกรมพัฒนางานพัสดุ ไม่น้อยกว่าร้อยละ 70
       2. ผู้บริหาร เจ้าหน้าที่พัสดุ หรือผู้ที่เกี่ยวข้อง ของโรงเรียนมีความพึงพอใจในกับโปรแกรมพัฒนางานพัสดุ ไม่น้อยกว่าร้อยละ 70
       3. ผู้บริหาร เจ้าหน้าที่พัสดุ หรือผู้ที่เกี่ยวข้อง ของโรงเรียนสามารถนำความรู้เกี่ยวกับโปรแกรมพัฒนางานพัสดุไปใช้ได้ ไม่น้อยกว่า ร้อยละ 70

วันจันทร์ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2553

"ความเบื่อโลก"

         อาการเบื่อโลกที่เกิดขึ้น เพราะเคยถูกสิ่งแวดล้อมหลายๆ อย่างหลอกให้หวังจากโลกมากเกินไป สื่อต่างๆ ทั้งทางโทรทัศน์ วิทยุ และหนังสือ ได้มากล่อมให้เราหลงเชื่อว่า โลกนี้ช่างสวยสดงดงามนัก สื่อเหล่านี้ ได้สร้างจินตนาการให้เราสร้างโลกแห่งความฝันให้เรา โลกแห่งความฝันของทุกคนมักจะสวยหรูเสมอ แต่ต้องขอโทษด้วยที่จะต้องบอกว่า โลกแห่งความจริงมันผิดกันจากหน้ามือเป็นหลังมือ ฉะนั้น ถ้าหากใครถูกหลอกให้ชื่นชมยินดีหลงระเริงกับโลกแห่งความฝันมากเท่าไหร่ จะต้องเดือดร้อนมากขึ้นเท่านั้น เมื่อความเป็นจริงหรือสัจธรรมที่ไม่เคยปราณีต่อคนโง่เขลา ได้ปรากฏตัวแสดงความเป็นจริงของมันออกมา ความจริงโลกมันก็เป็นธรรมดาของมันอย่างนั้นนั่นแหละ

         โลกนี้มันมีทั้งด้านเจริญ ด้านเสื่อม ด้านขึ้น ด้านลง ด้านบวก ด้านลบ มันเป็นคู่ของมันอย่างนั้น คู่ที่ประกอบมาจาก ๒ ข้างที่ต่างกัน
         ถ้าเราไปยินดีในข้างเจริญ เราจะต้องเป็นทุกข์เดือดร้อนกับข้างเสื่อม
         ถ้าเราไปยินดีในข้างขึ้น เราจะต้องเป็นทุกข์เดือดร้อนกับข้างลง
         ถ้าเราไปยินดีในข้างบวก เราจะต้องเป็นทุกข์เดือดร้อนกับข้างลบ
บอกแล้วว่า ดีใจก็เพื่อเสียใจ ลิงโลดก็เพื่อเศร้าสร้อย ตื่นเต้นก็เพื่อเหงาหงอย สมหวังก็เพื่อผิดหวัง ยินดีก็เพื่อยินร้าย เฟื่องฟูก็เพื่อตกดิ่ง โด่งดังก็เพื่ออับแสง
         บุคคลที่มีสุขภาพจิตดีที่สุด ก็คือ บุคคลที่ไม่ยินดียินร้ายไปตามโลกนั่นเอง
         ความจริงโลกมันก็เป็นธรรมดาของมันอย่างนั้นที่ต้องมีด้านบวกและด้านลบ แต่เราไปบ้ากับมันเอง สิ่งที่ธรรมดามันก็เลยกลายเป็นสิ่งที่ไม่ธรรมดา สิ่งที่ธรรมดามันก็เลยมาทำให้เราเป็นทุกข์ ที่เราเป็นทุกข์เพราะเราไม่เข้าใจสภาพความเป็นจริงของมัน ถ้าหากเราเข้าใจสภาพความเป็นจริงของมัน แล้วปล่อยวางเสีย มันก็หมดเรื่อง ก็โลกมันก็เป็นของมันอย่างนั้นมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว ไปทุกข์กับมันทำไม มันขึ้นของมันอย่างนั้น มันลงของมันอย่างนั้น มันเจริญของมันอย่างนั้น แล้วมันก็เสื่อมของมันอย่างนั้น ที่เราเป็นทุกข์เพราะเราไปยึดมั่นถือมั่นมันเอง
         ฉะนั้น การแก้ความทุกข์นั้นแก้ที่ไหนก็ไม่สำเร็จ ต้องมาแก้ที่ใจเราเอง ถอนความยึดมั่นอะไรในโลกเสีย ถอนความหวังอะไรในโลกเสีย อย่าหวังอะไรจากโลก อย่าหวังอะไรแม้แต่หมูในอวย  ขอให้พยายามสร้างกุศลบารมี สร้างความดี ทาน ศีล ภาวนา ไปเรื่อยๆ เถิด แล้วทุกสิ่งทุกอย่างจะจัดตัวของมันไปในทางที่ดีเอง จงให้อาหารแก่จิตให้มากๆ อาหารกายเราก็ได้หามาให้ทุกวันอยู่แล้ว แต่อาหารใจเรายังขาดอยู่ อาหารใจก็คือ ทาน ศีล ภาวนา นั่นเอง เธอจะไม่สามารถพ้นทุกข์ได้ถ้าขาดมัน

... เธอจะไม่สามารถพ้นทุกข์ได้ ถ้าขาดมัน ...

ถังน้ำสองใบ

ชายจีนคนหนึ่งแบกถังน้ำสองใบไว้บนบ่าเพื่อไปตักน้ำที่ริมลำธารถังน้ำใบหนึ่งมีรอยแตก ในขณะที่อีกใบหนึ่งไร้รอยตำหนิ และสามารถบรรจุน้ำกลับมาได้เต็มถัง แต่ด้วยระยะทางอันยาวไกล จากลำธารกลับสู่บ้านจึงทำให้น้ำที่อยู่ในถังใบที่มีรอยแตกเหลืออยู่เพียงครึ่งเดียว เหตุการณ์ทั้งหมดนี้ดำเนินมาเป็นเวลา 2 ปีเต็ม ที่คนตักน้ำสามารถตักน้ำกลับมาบ้านได้หนึ่งถังครึ่ง ซึ่งแน่นอนว่าถังน้ำใบที่ไม่มีตำหนิจะรู้สึกภาคภูมิใจ ในผลงานเป็นอย่างยิ่ง ขณะเดียวกันถังน้ำที่มีรอยแตกก็รู้สึกอับอายต่อความบกพร่องของตัวเอง มันรู้สึกโศกเศร้ากับการที่มันสามารถทำหน้าที่ได้เพียงครึ่งเดียวของจุดประสงค์ที่มันถูกสร้างขึ้นมา
     หลังจากเวลา 2 ปีที่ถังน้ำที่มีรอยแตกมองว่าเป็นความล้มเหลวอันขมขื่น วันหนึ่งที่ข้างลำธาร มันได้พูดกับคนตักน้ำว่า

     "ข้ารู้สึกอับอายตัวเองเป็นเพราะ รอยแตกที่ด้านข้างของตัวข้า ทำให้น้ำที่อยู่ข้างในไหลออกมาตลอดเส้นทาง ที่กลับไปยังบ้านของท่าน"
      คนตักน้ำตอบว่า "เจ้าเคยสังเกตหรือไม่ว่ามีดอกไม้เบ่งบาน อยู่ตลอดเส้นทางในด้านของเจ้า แต่กลับไม่มีดอกไม้อยู่เลยในอีกด้านหนึ่ง เพราะข้ารู้ว่าเจ้ามีรอยแตกอยู่ ข้าจึงได้หว่านเมล็ดพันธุ์ดอกไม้ลงข้างทางเดินด้านของเจ้า และทุกวันที่เราเดินกลับ... เจ้าก็เป็นผู้รดน้ำให้กับเล็ดพันธุ์เหล่านั้น เป็นเวลา 2 ปี ที่ข้าสามารถที่จะเก็บดอกไม้สวย ๆ เหล่านั้นกลับมาแต่งโต๊ะกินข้าว ถ้าหากปราศจากเจ้าที่เป็นเจ้าแบบนี้แล้ว...เราก็คงไม่อาจได้รับความสวยงามแบบนี้ได้"
      คนเราแต่ละคนย่อมมีข้อบกพร่องที่เป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง แต่รอยตำหนิและข้อบกพร่องที่เราแต่ละคนมีนั้น  อาจช่วยทำให้การอยู่ร่วมกันของเราน่าสนใจ และกลายเป็นบำเหน็จรางวัลของชีวิตได้ สิ่งที่ต้องทำก็เพียงแค่ยอมรับคนแต่ละคนในแบบที่เขาเป็น และมองหาสิ่งที่ดีที่สุดในตัวของพวกเขาเหล่านั้นเท่านั้นเอง

มองโลกหลาย ๆ ด้าน เพราะคนเราไม่ได้มีแต่ข้อเสียเท่านั้น

วันอาทิตย์ที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2553

ทำไมเราจะต้องบริหารโครงการ แล้วโครงการมีความสำคัญอย่างไร

การบริหารโครงการ (Project Management) เป็นขบวนการจัดการอย่างหนึ่งที่นำเอาความรู้, เครื่องมือ และเทคโนโลยีมาบริหารโครงการนั้น ๆ และเป็นกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการวางแผน การปฏิบัติ และการติดตามงานให้ออกมามีประสิทธิภาพ เป็นไปตามเป้าหมาย การปฏิบัติเพราะธุรกิจในปัจจุบันแข่งขันกันทางด้านต้นทุนมากขึ้น
ความสำคัญของการบริหารโครงการ
1. ทำให้ทราบถึงวัตถุประสงค์และหน้าที่ต่าง ๆ ของการปฏิบัติงาน
2. ทำให้เกิดการประสานงาน ( coordination )
3. ทำให้เกิดการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ ( efficiency in utilization of resources )
4. ทำให้เกิดผลลัพธ์หรือเกิดประสิทธิผลสูงสุด ( output and effectiveness )
การให้ความสำคัญกับโครงการด้าน ICT จำเป็นต้องมีการวางแผนเกี่ยวกับกิจกรรมต่างๆ ที่จะต้องทำไว้ล่วงหน้า เพื่อให้สามารถควบคุมการดำเนินโครงการให้ได้ตามเป้าหมายและขอบเขตที่กำหนดและอยู่ภายใต้ระยะเวลาและงบประมาณที่มี เพราะปัจจุบัน ICT เป็นเครื่องมือของการบริหารที่ช่วยทำให้องค์การในทุกระดับ ทุกสาขา ทั้งในภาครัฐและเอกชนมีความเจริญก้าวหน้า