ชื่อโครงการ
ระบบบริหารงานพัสดุและทรัพย์สินของโรงเรียน
กรณีศึกษา โรงเรียนชุมชนบ้านหนองบ่อ(วิจิตรราษฎร์สามัคคี)
หลักการและเหตุผล
เนื่องจากงานพัสดุเป็นงานที่มีความสำคัญมากงานหนึ่งของโรงเรียนประถมศึกษา ซึ่งมีกระบวนการเริ่มตั้งแต่การจัดหา จัดซื้อ จัดจ้าง การควบคุม การตรวจสอบประจำ การจำหน่าย และการดำเนินการเกี่ยวกับที่ราชพัสดุ ที่เจ้าหน้าที่รับผิดชอบต้องดำเนินการให้ถูกต้องเป็นระเบียบเรียบร้อยแม่นยำในระเบียบ และกฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างชัดเจน มีความซื่อสัตย์ สุจริต โดยยึดหลักประโยชน์สูงสุดที่หน่วยราชการจะได้รับเป็นสำคัญ และพึงกระทำต่อวิญญชนและทรัพย์สินของตนเอง หากดำเนินการไม่ถูกต้อง ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องจะมีความผิดทางวินัยหรือความผิดทางแพ่งหรืออาญาตามกรณี ตามนัย ข้อ 10 แห่งระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ. 2535 และแก้ไขเพิ่มเติม ขอบข่ายการปฏิบัติงานพัสดุในโรงเรียนประถมศึกษามีขอบข่ายที่สำคัญ 3 ส่วน คือ การจัดหาพัสดุ การควบคุมพัสดุ และการจำหน่ายพัสดุ การปฏิบัติงานพัสดุ ผู้บริหารโรงเรียนเป็นผู้มีหน้าที่ดูแลรับผิดชอบโดยตรง และได้รับมอบอำนาจจากเลขาธิการคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ ในการจัดซื้อจัดจ้าง และแต่งตั้งผู้ปฏิบัติงานด้านพัสดุในโรงเรียน ซึ่งได้แก่ เจ้าหน้าที่พัสดุ หัวหน้าเจ้าหน้าที่พัสดุ และหัวหน้าหน่วยพัสดุ
ปัจจุบันสภาพการปฏิบัติงานพัสดุในโรงเรียนยังขาดบุคลากรที่มีคุณวุฒิและความรู้ความสามารถเกี่ยวกับการพัสดุโดยตรง แต่ได้อาศัยความรู้จากบุคลากรครูในโรงเรียนที่ผู้บริหารเห็นว่าคุณสมบัติเหมาะสม พอที่จะทำงานนี้ได้มาปฏิบัติงานไปชั่วระยะเวลาหนึ่ง ทำให้การปฏิบัติงานพัสดุในโรงเรียนประถมศึกษามีข้อบกพร่อง โรงเรียนชุมชนบ้านหนองบ่อ (วิจิตรราษฎร์สามัคคี) ตำบลหนองบ่อ อำเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งมีภารกิจรับผิดชอบจัดการศึกษาในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานจากระดับปฐมวัย ถึงชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 พบว่าปัญหาที่เป็นประเด็นเกี่ยวข้องในการปฏิบัติงานมากที่สุดคือ ระบบงานพัสดุของโรงเรียน ซึ่งได้แก่ การจัดหาพัสดุ การควบคุมพัสดุ และการจำหน่ายพัสดุ ซึ่งเป็นปัญหาที่จะต้องรับแก้ไขเนื่องมาจากระบบงานพัสดุไม่มีการปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง ด้านการจัดหาพัสดุล่าช้าไม่ทันต่อความต้องการของผู้ใช้ ด้านการควบคุมพัสดุ การลงบัญชีพัสดุไม่เป็นปัจจุบัน ด้านการจำหน่ายพัสดุ เจ้าหน้าที่พัสดุขาดความรู้ ความเข้าใจในวิธีการจำหน่ายพัสดุตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ. 2535 ส่งผลการะทบต่อการปฏิบัติงานของบุคลากรในโรงเรียนเป็นอย่างมาก จากสภาพปัจจุบันดังกล่าว ทางผู้พัฒนาโครงการจึงมีแนวคิดที่จะนำระบบเทคโนโลยีสารสนเทศมาประยุกต์ใช้กับระบบบริหารงานพัสดุและทรัพย์สินของโรงเรียน เพราะระบบคอมพิวเตอร์เข้ามามีบทบาทเพิ่มมากขึ้น อีกทั้งคอมพิวเตอร์ยังมีความรวดเร็วในการประมวลผลข้อมูล การจัดเก็บข้อมูล เป็นต้น การนำระบบเทคโนโลยีสารสนเทศมาประยุกต์ใช้จัดการเกี่ยวกับข้อมูล และการแสดงรายงานต่าง ๆ นั้น จะสามารถลดปัญหาการทำงานซ้ำซ้อนในระบบเดิม และยังเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงานระบบดังกล่าวด้วย ซึ่งส่งผลต่อการพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษาต่อไป
วัตถุประสงค์ของโครงการ
1. เพื่อแก้ปัญหาด้านต่างๆ ของงานพัสดุ ให้มีความถูกต้องตามระเบียบพัสดุ และมีความเป็นปัจจุบัน
2. เพื่อลดภาระงานพัสดุที่มีความยุ่งยากและซับซ้อนของเจ้าหน้าที่พัสดุของโรงเรียน
3. เพื่อสร้างเสริมประสิทธิภาพและประสิทธิผลในการทำงานพัสดุ
เป้าหมาย
เพื่อพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศสำหรับระบบบริหารงานพัสดุและทรัพย์สินของโรงเรียนชุมชนบ้านหนองบ่อ (วิจิตรราษฎร์สามัคคี) ปรับปรุงแก้ไขข้อมูลที่มีอยู่ให้เป็นปัจจุบัน และถูกต้องตามระเบียบพัสดุ
ระยะเวลาดำเนินการ
โครงการเริ่มตั้งแต่เดือนมิถุนายน พ.ศ. 2553 สิ้นสุดเดือนมกราคม พ.ศ. 2554
สถานที่ดำเนินการ
โรงเรียนชุมชนบ้านหนองบ่อ (วิจิตรราษฎร์สามัคคี) ตำบลหนองบ่อ อำเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานี 34000ผู้รับผิดชอบโครงการ
นางสาวบุษราวรรณ อุ่นเจริญ นักศึกษาปริญญาโท หลักสูตรเทคโนโลยีสารสนเทศ
คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ
1. เจ้าหน้าที่พัสดุของโรงเรียนทำงานได้อย่างถูกต้อง รวดเร็ว และเป็นปัจจุบันมากกว่าเดิม
2. บุคลากรครูที่ทำหน้าที่เจ้าหน้าที่พัสดุ มีเวลาให้กับการเรียนการสอนของนักเรียนมากขึ้น
3. คุณภาพการจัดการศึกษาดีขึ้น
การติดตามและประเมินผล
1. ผู้บริหาร เจ้าหน้าที่พัสดุ หรือผู้ที่เกี่ยวข้อง ของโรงเรียนมีความรู้ความเข้าใจกับโปรแกรมพัฒนางานพัสดุ ไม่น้อยกว่าร้อยละ 70
2. ผู้บริหาร เจ้าหน้าที่พัสดุ หรือผู้ที่เกี่ยวข้อง ของโรงเรียนมีความพึงพอใจในกับโปรแกรมพัฒนางานพัสดุ ไม่น้อยกว่าร้อยละ 70
3. ผู้บริหาร เจ้าหน้าที่พัสดุ หรือผู้ที่เกี่ยวข้อง ของโรงเรียนสามารถนำความรู้เกี่ยวกับโปรแกรมพัฒนางานพัสดุไปใช้ได้ ไม่น้อยกว่า ร้อยละ 70




ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น